การแบ่งเวลา

posted on 26 Nov 2010 22:31 by lemokung in Special
 
,,,
 
หลายวันนี้เฟลเรื่องงานที่โรงเรียนมากเลยค่ะ
 
มันเยอะไปหมด แต่โชคดีตรงที่มีข้ออ้างหยุดได้เยอะ สัปดาห์นี้เลยหยุดไปตั้ง 3 วัน
 
เลี่ยงงานไปได้อีกนิดหน่อย
 
 
 
แต่วันนี้เกิดเรื่องนึงที่ทำให้นึกเรื่องนี้ขึ้นมาว่า แย่จังนะ...
 
 
 
จริงๆแล้วที่แพรหยุดเรียน นอกจากเหตุผลหลักๆแล้ว ก็ยังมีเหตุผลที่ว่าแพรเหนื่อยๆกับงานที่โรงเรียนด้วยค่ะ
 
ทั้งงานเดี่ยว งานกลุ่ม งานชุมนุม  คิดว่าขาดแพรไปบ้างก็คงไม่เป็นไร
 
แต่วันนี้เกิดเหตุการณ์นิดหน่อย ถูกคนที่เชื่อเสมอโกหก โยนภาระมาให้
 
เล่นเอาอึ้งๆไปเลยตอนที่รู้ว่าโดนโกหก ตอนที่รู้แพรอยู่บนรถกำลังกลับบ้าน เลยพอมีเวลาตรงนั้นนั่งคิด
 
คิดว่าจะบอกคนอื่นดีมั้ย? จะพูดให้เจ้าตัวยอมรับดีมั้ย?
 
สุดท้ายแล้ว แพรก็สรุปว่าคงจะปล่อยไปค่ะ
 
เพราะคิดๆดูแล้ว การที่เค้าโกหกนั้น เป็นการโกหกเพื่อปกป้องตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ทำใครเดือดร้อน
 
ภาระที่ถูกโยนมาให้ มันก็ไม่ได้หนักหนาอะไร
 
ใครๆก็ต้องเคยโกหกเพื่อปกป้องตัวเองกันทั้งนั้น
 
จริงๆแล้วเรื่องนี้มันก็คงไม่มีอะไรเลยด้วย ถ้าแพรไม่บังเอิญรู้ซะก่อนว่าถูกโกหกอยู่
 
มันก็คงผ่านไปเฉยๆ แพรก็จัดการงานตรงนั้นไป
 
แต่นี่แพรรู้... แล้วยังไง?  แพรก็ต้องจัดการงานนั้นอยู่ดี
 
แล้วถ้าแพรพูดออกไป ผลมันจะออกมายังไงก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ มันต้องแย่ ไม่ทางนั้นก็แพรเอง
 
เพราะงั้นก็เลยเลือกที่จะไม่พูดดีกว่า
 
 
 
ปัญหาทั้งหมดเนี่ย มันอยู่ที่เรื่องความรับผิดชอบ
 
แพรสังเกตมาตลอด ว่าบางทีก็เหมือนกับว่าตัวเองรับภาระมากกว่าคนอื่น
 
อาจารย์ที่ปรึกษาชุมนุม เคยปลอบตอนที่มีปัญหาว่า "คิดในแง่ดี ก็คือเพื่อนเค้าเชื่อถือเรานะ"
 
ก็โอเคค่ะ แต่บางทีก็ไม่ต้องมาเชื่อถือมากก็ได้ แพรเองก็อยากจะขี้เกียจ อยากจะไม่ทำงานเหมือนกัน
 
 
 
 
 
บ่นซะยาวเลย แต่จริงๆมันก็คาบเกี่ยวกับเรื่องที่แพรจะพูดนะ
 
เรื่อง "การแบ่งเวลา" ค่ะ 
 
ปกติเกือบทุกวันศุกร์อาจารย์จะเลือกนักเรียนที่เรียนเก่ง หรือม.6 ที่แอดติดแล้ว ไปพูดหน้าเสาธง
 
ว่ามีเคล็ดลับอะไร เรียนยังไง อ่านหนังสือ แบ่งเวลา เตรียมสอบยังไง
 
แล้วพออาจารย์รู้มาว่าห้องแพรติดจุฬาแล้ว 2 คน
 
ก็คือแพร ได้วารสารสนเทศ นิเทศ  อีกคนเป็นหัวหน้าห้อง แล้วก็อดีตประธานนักเรียนด้วย ได้อักษร
 
อาจารย์ก็เลยบอกให้ขึ้นไปพูด น่าจะเป็นวันศุกร์ที่ 12 ค่ะ
 
เพื่อนที่ติดอักษรขึ้นไปพูดก่อน เป็นคนที่พูดได้ดีมาก แถมเป็นประธานนักเรียนมาก่อน ก็เลยไม่ประหม่าเลย
 
ตั้งแต่เริ่มพูด แพรก็ติดใจแล้ว เท่าที่จำได้ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ
 
 
 
"คนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากันในหนึ่งวัน

ซึ่งเวลาที่เรามาโรงเรียน เรียนหนังสือก็ประมาณ 8 ชั่วโมง

เวลานอนพักผ่อน 8 ชั่วโมง

เหลืออยู่อีก 8 ชั่วโมงตรงนี้

ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเอาไปทำอะไร..."
 
 
 
แล้วก็ยังมีอีกเช่นว่า
 
"พี่ไม่มีเงินไปซื้อพวกบีบี ไอโฟนอะไร ก็เลยไม่มีผีมาคอยกดหัวไม่ให้มองอาจารย์เวลาเรียน"
 
... แรงมั้ยล่ะ
 
 
 
 
ถึงตอนนี้ แพรจำไม่ได้แล้วว่าพูดอะไรไปบ้าง
 
แต่หลังจากขึ้นไปพูด รุ่นน้องที่รู้จักเข้ามาบอกฟีดแบ็กกันใหญ่
 
บางคนเข้ามาถามแพรด้วยว่าทำยังไงถึงติด
 
(แม่แพรบอกว่าถ้าไม่รู้จะตอบยังไงให้ตอบว่า "เล่นคอมถึงตี 1 ให้แม่บ่นทุกวัน" )
 
จริงแล้วแพรก็เล่นคอมดึกจริงๆนะ แต่เกรดที่ออกมาก็ถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
 
หนังสือเตรียมสอบก็ไม่ค่อยได้อ่าน ใช้ชีวิตเหมือนเคยทุกอย่าง เวลามีคนถามก็ตอบยากเหมือนกัน
 
 
 
แต่ก็มีครั้งนึงค่ะ ที่แพรแนะนำรุ่นน้องไปเกี่ยวกับวิธีคิดของแพร เพราะว่ามันบอกยากว่าทำอะไรบ้าง
 
แพรก็เลยบอกเป็นวิธีคิดไปดีกว่า ก็เป็นแบบนี้ค่ะ
 
 
 
1. ลำดับความสำคัญ
 
เวลาทำงานอะไร ถ้ามันไม่เยอะก็แล้วไปค่ะ
 
แต่บางทีงานมันเยอะ หรือบางทีก็เราเองนั่นล่ะที่ปล่อยไว้จนมันเยอะเอง จนลนลานไปหมด
 
ทำอันนู่นเสร็จทัน แต่อันนี้เสร็จไม่ทัน อันนั้นยังไม่สมบูรณ์ ต้องอ่านหนังสือสอบอีก ฯลฯ
 
ถ้าเกิดเป็นอย่างนี้ ก่อนที่แพรจะทำเนี่ย จะต้องดูก่อนว่างานไหนยาก หรือง่าย หน่วยกิตวิชานั้นเยอะมั้ย
 
แล้วสัดส่วนคะแนนเท่าไหร่ หารเหลือเท่าไหร่ อาจารย์ดุมั้ย ผ่อนผันได้รึเปล่า
 
(จริงๆนะ 2 ข้อหลังก็สำคัญ )
 
สุดท้ายแล้วก็จะสรุปได้ว่าควรจะทำชิ้นไหนก่อนกัน
 
ขั้นตอนนี้ก็เหมือนการวางแผนก่อนลงมือทำงานนั่นล่ะค่ะ เสียเวลานิดเดียว แต่หลังจากนั้นงานก็จะราบรื่น
 
 
 
2. ทำอะไรทีละอย่าง
 
จริงๆมันเป็นพื้นฐานอยู่แล้วนะ เหมือนกับตอนเด็กๆถูกเตือนว่า "กินข้าวอย่าเที่ยวเล่น" อะไรแบบนั้นล่ะ เช่น
 
เวลาที่บางคนทำการบ้านคณิตไม่ทัน จะส่งคาบหน้าแล้ว ตอนนี้เรียนภาษาไทยอยู่ ก็เอาคณิตขึ้นมาลอกก่อน
 
การบ้านคณิตเสร็จก็จริง แต่ในหัวก็ไม่ได้ความรู้จากการทำ ภาษาไทยก็ไม่ได้เรียนอีก
 
งานพอกไว้เยอะเกินไป ก็เลยขนมาทำทีเดียวทั้งหมดพร้อมๆกัน ทำอันนั้นนิด อันนี้หน่อย วิธีนี้ไม่ค่อยเห็น
 
แต่แพรก็เคยเห็นคนรู้จักบางคนทำอยู่ ทำแบบนี้ ยิ่งทำยิ่งสับสน
 
 
อย่างของแพร ถ้าทำงานไหนไม่ทัน แล้วอาจารย์ไม่ได้เข้มงวดขนาดที่ว่าถ้าส่งช้าจะไม่ให้ส่งล่ะก็ จะยอมส่งช้าค่ะ
 
ถึงเวลาเรียนก็เรียนก่อน ไม่งั้นก็จะเสียไปหมด ไม่ได้อะไรมาซักอย่าง
 
 
 
หลักที่สำคัญก็มีแค่นี้ล่ะนะ  ที่เหลือก็ขึ้นอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะปฏิบัติยังไง
 
แพรเองก็ไม่ใช่คนที่มีความรับผิดชอบอะไรขนาดนั้น
 
เป็นคนขี้เกียจ ไม่ชอบทำงานที่ตัวเองไม่สนใจ ไม่หวงคะแนนด้วย งานบางอย่างไม่อยากทำก็ไม่ทำ อ่านหนังสือสอบก็ไม่อ่าน
 
แต่เพราะใช้ชีวิตแบบนี้ล่ะมั้งคะ ก็เลยสอบผ่านมาได้เรื่อยๆ เกรดน่าพอใจ แอดติด
 
ถ้าใครถามเกี่ยวกับการเรียนแล้วแพรบอกไปว่าแพรไม่ได้อ่านหนังสือเลย บางคนอาจจะมองว่าหวงวิชา
 
แต่จริงๆแล้วแพรไม่ได้อ่านจริงๆนี่นา จะทำความเข้าใจแค่พวกคณิตศาสตร์ หลักภาษาญี่ปุ่น แค่นี้เองค่ะ
 
อ่านเพราะเป็นนิสัยอยู่แล้ว ที่พอตัวเองไม่เข้าใจแล้วเกิดอยากรู้ หรือมันจำเป็นต้องใช้ ก็จะต้องรู้ให้ได้
 
เพราะงั้นก็เลยชอบอ่านหนังสือด้วยล่ะมั้ง?
 
 
 
 
 
หลังๆมานี่ รู้สึกว่าตัวเองชอบเขียนเอนทรี่ยาวๆ ตัวหนังสือเยอะขึ้น
 
ทุกคนอย่าเพิ่งเบื่อกันเลยนะคะ ที่แพรเขียน เพราะหวังว่ามันอาจจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นได้บ้าง
 
และถ้ามันจะทำให้ใครคนนึงจัดระเบียบชีวิตได้ดีขึ้น ก็จะดีใจมากเลยล่ะค่ะ
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!
เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าจริงๆ คะ
ต้องใช้ทุกวินาทีให้มีความสุข และคุ้มค่าที่สุด
open-mounthed smile open-mounthed smile
---------------

#16 By YiM-YiiM on 2011-04-30 23:16

พี่ก้อผ่านมาได้ ฮ่าๆๆๆ

#15 By pomelo on 2011-01-11 21:19

ยินดีกับน้องแพรด้วยนะคะ

แล้วก็เห็นด้วยว่า การจัดลำดับความสำคัญนั้น สำคัญเลยทีเดียว ควรรู้ว่าอะไรควรจะทำก่อนหรือหลัง แล้วทำให้เสร็จเป็นเรื่องๆไป big smile

#14 By TravelaHolic on 2010-12-07 09:32

เวลาเป็นของมีค่า ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้เวลาไห้คุ้มค่ามากเพียงใดครับbig smile Hot!

#13 By i'am-toontoon on 2010-12-01 01:26

บางทีการแบ่งเวลามันก็ยากนะ


ก็แ้ล้วแต่ประเภทของงานที่ทำ ฮ่าๆ


เพราะตอนนี้เวลาไม่เท่าไหร่

แต่อยากได้มือเพิ่มสักสิบมือ ฮ่าๆ

#12 By Natchi on 2010-11-29 23:54

ชอบมากอ่ะพี่แพร
สงสัยบุ๊คต้องลำดับความสำคัญบ้างแล้ว<3

#11 By Bookii3 on 2010-11-27 22:26

แต่บางทีงานมันเยอะ หรือบางทีก็เราเองนั่นล่ะที่ปล่อยไว้จนมันเยอะเอง จนลนลานไปหมด
^
^
อันนี้ยอมรับว่าพี่เป็นประจำอะ ตอนนี้ก็ยังเป้นอยู่ตอนอยุ่ที่ทำงาน บางทีเราต้องรู้จักจัดลำดับเนอะ แต่บางทีก็แบบว่า อันนั้นไม่อยากทำ ไว้ทีหลัง งานนี้น่าหนุกทำก่อน อะไรประมาณนี้อะนะแพร sad smile

#10 By Mr.P on 2010-11-27 19:18

การแบ่งเวลาของชั้นคือ ทำตรงข้ามกะแก ฮ่าๆๆๆdouble wink

#9 By eilatol on 2010-11-27 18:01

มีวิธีคิดที่ดีครับ : )
Hot!

#8 By sage_nu on 2010-11-27 10:54

เพื่อนคนนั้นพูดได้ดีมากเลยแฮะ
ข้อคิดของจขบ.ก็เห็นด้วยนะ

ช่วงนี้ก็ชอบดองงานช่วงเดียวกัน
ที่จริงแล้วถ้าหากงานไหนทำได้ก็ควรจะรีบทำละนะ
ขืนปล่อยไปเรื่อยๆ ท้ายสุดก็ต้องมาปั่นก่อนวันส่ง
กลายเป็นว่าเครียดและเหนื่อยอีก

จะเรียนให้ดีมันก็ต้องเริ่มจากตัวเองนี่แหละ double wink

#7 By tikyon on 2010-11-27 10:35

" พี่ไม่มีเงินไปซื้อพวกบีบี ไอโฟนอะไร ก็เลยไม่มีผีมาคอยกดหัวไม่ให้มองอาจารย์เวลาเรียน " ชอบมากกกกกกกกกกก open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

จะว่าไปตอนนี้...พี่ก็แบ่งเวลาไม่ค่อยเป็นเหมือนกันแฮะ wink

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#6 By Harurin on 2010-11-27 10:15

ใช่เลย Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By b-padung Studio on 2010-11-27 10:10

ถ้าพี่ทำได้แบบนี้มั่งก็ดีสิ Hot! question

#4 By ADVENTURE on 2010-11-27 02:40

ทุกวันนี้ผมยังแบ่งไม่ค่อยดีเท่าไรเลย อิๆ

#3 By นายโยจิ^_^ on 2010-11-27 00:25

แบ่งเวลานี่สำคัญจริงๆแหละนะ ทำอะไรไม่คำนวณไม่แบ่งเวลาให้ดี พลาดท่าตายได้ง่ายๆเลย

ดูเป็นคำถามที่นิยมนะ ไอพวกที่ว่า ทำไงถึงสอบติด ทำไงเก่งงี้ ไอของงี้บางทีมันก็แล้วแต่คนล่ะมั้งนะ อยู่ที่การจัดสรรเวลาก็ด้วยแหละ

ชีวิตก็งี้ล่ะ ต้องแบ่งเวลาให้ดี สู้ต่อไป
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By Chek The Metal on 2010-11-27 00:01

โห อ่านแล้วสะอึกอยู่หลายข้อเลยแฮะ

เตือนใจได้ดี sad smile Hot!

#1 By PigriderZ on 2010-11-26 23:57